เร่งความเดือด บ้าคลั่ง

Madness Accelerant คือเกมแอ็กชัน 2D ที่เร้าใจสุดขีดจากจักรวาล Madness Combat ที่คุณจะรับบทเป็น Hank วิ่งฝ่าอันตรายอย่างไม่หยุดยั้ง เก็บอาวุธไปตลอดทาง และพยายามเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของตัวตลกปีศาจ Tricky และบรรดาลูกน้องสุดโหดของเขา
Madness Accelerant สานต่อเรื่องราวจาก Madness Regent โดยจำลองเหตุการณ์จากอนิเมชัน Madness Combat 7: Consternation แทบจะทุกฉากเลยทีเดียว
คุณรับบทเป็น Hank ทหารรับจ้างผู้กำลังบุกฝ่าเนวาดาอันมืดหม่น เพื่อตามหา Portable Improbability Drive และกำจัดตัวตลกปีศาจ Tricky ที่ไล่ตามเขาตลอดทั้งเกมให้สิ้นซาก
เป้าหมายหลักนั้นเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด: รอดชีวิตจากการไล่ล่าอันไม่สิ้นสุด กวาดล้างฝูงศัตรูติดอาวุธ และในฉากสุดท้ายให้เอาชนะ Tricky ด้วยการทำลายแหล่งพลังของเขา แตกต่างจากอนิเมชันต้นฉบับตรงที่ในเกมนี้ Hank จะเป็นคนลงมือจัดการ Tricky ด้วยตัวเองหลังจากทำลายอุปกรณ์ไปแล้ว ซึ่งทำให้ตอนจบรู้สึกสะใจเป็นพิเศษสำหรับแฟนๆ ซีรีส์
วิธีเล่น: วิ่ง ยิง และเอาชีวิตรอด
Madness Accelerant ให้ความรู้สึกเหมือนเกมแอ็กชัน side-scrolling แบบไม่หยุดพัก ในสไตล์ "วิ่งแล้วยิง" เต็มรูปแบบ หน้าจอเลื่อนไปข้างหน้าแทบตลอดเวลา Hank วิ่งฝ่าระเบียงและห้องโถง ขณะที่คุณต้องกระโดดข้ามแพลตฟอร์ม ยิงศัตรู และหลบการโจมตีของ Tricky ไปพร้อมๆ กัน
แต่ละห้องให้ความรู้สึกเหมือนสนามรบขนาดย่อม: ต้องรับมือกับคลื่นเอเจนต์ที่บุกมาเป็นกลุ่มให้ผ่านก่อน แล้วจึงเดินหน้าสู่ฉากถัดไป บางครั้งการไล่ล่าก็แปรสภาพเป็นบอสไฟต์เต็มรูปแบบ ที่คุณไม่อาจวิ่งทะลุผ่านไปได้ง่ายๆ ต้องจับตาดูรูปแบบการโจมตีของ Tricky ปีศาจ หรือ Mag Agent: Torture ยักษ์มหึมา และรอจังหวะโต้กลับให้ดี
อาวุธและอุปกรณ์
หนึ่งในความสนุกที่เด่นชัดที่สุดของเกมนี้คือระบบอาวุธ แทบทุกศัตรูที่ล้มลงจะทิ้งปืนพก ปืนกล ปืนลูกซอง หรืออาวุธอื่นๆ ไว้ให้เก็บ คุณจึงต้องหยิบอาวุธใหม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้กระสุนหมด
กระสุนของแต่ละอาวุธมีจำกัด ดังนั้นกลางสนามรบคุณต้องสลับอาวุธอย่างรวดเร็วและตัดสินใจให้ถูกจังหวะว่าเมื่อไหรควรใช้ปืนลูกซองที่ทรงพลัง หรือเมื่อไหรควรเปลี่ยนไปใช้ปืนกลที่ยิงได้ถี่กว่า
ที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือเลื่อยยนต์ อาวุธระยะประชิดที่ใช้จัดการศัตรูในระยะใกล้ได้อย่างโหดเหี้ยมสะใจ ในโหมดปกติมันให้ความรู้สึกของการ "สับฝอย" ในระยะสั้นที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ในโหมด Madness นั้นกระสุนของเลื่อยยนต์จะไม่ได้รับโบนัสเพิ่ม ทำให้ต้องใช้มันอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ศัตรูและบอส
ศัตรูทั่วไปคือ "1337 agents" ชั้นยอดที่ใช้ทั้งอาวุธปืนและอาวุธมีคม บุกโจมตีเป็นกลุ่ม โผล่จากประตู กระโดดลงมาจากด้านบน และเต็มจอ บังคับให้คุณต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาและจับตาทิศทางการเล็งอย่างไม่ขาด
จุดไคลแม็กซ์คือการต่อสู้กับบอสใหญ่สองตัว:
-
Demon Tricky — ตัวตลกเพลิงนรก ศัตรูตัวฉกาจที่ไล่ล่า Hank ตลอดทั้งเกม มีพลังชีวิตสูงถึง 1,200 HP ในโหมดปกติ
-
Mag Agent: Torture — เอเจนต์กลายพันธุ์ยักษ์มหึมา พลังชีวิต 400 หน่วย ที่แปรการต่อสู้ให้กลายเป็นศึกกับคู่ต่อสู้ขนาดมหึมา ซึ่งต้องหลบการโจมตีอันรุนแรงให้ทันจังหวะ
ในฉากสุดท้ายความกดดันพุ่งสูงขึ้น Tricky เปลี่ยนรูปแบบการโจมตี เฟสใหม่ของการต่อสู้ปรากฏขึ้น และแค่ขยับผิดจังหวะเดียวก็อาจหมายถึงความตายของฮีโร่ได้ทันที
ความยากและโหมด Madness Mode
หลังจากผ่านเกมครั้งแรก จะปลดล็อกโหมด Madness Mode ซึ่งเปรียบได้กับ "เวอร์ชันที่ยากขึ้น" สำหรับผู้ที่เชี่ยวชาญรูปแบบพื้นฐานแล้ว ในโหมดนี้:
-
1337 agents ธรรมดาถูกแทนที่ด้วย A.T.P. Engineers ที่แข็งแกร่งและอันตรายกว่า
-
พลังชีวิตของบอสเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า การต่อสู้จึงยาวนานขึ้นและต้องการความแม่นยำมากกว่าเดิม
-
อาวุธส่วนใหญ่ที่เก็บได้จะมีกระสุนเพิ่มขึ้น ทำให้ยิงได้เข้มข้นขึ้น แต่ศัตรูก็รับดาเมจได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้การเล่นแต่ละรอบในโหมด Madness Mode จึงเหมือนการทดสอบปฏิกิริยาและความเชี่ยวชาญในเกม คุณต้องจำว่าควรเก็บอาวุธตรงไหน เมื่อไหรควรประหยัดกระสุน และการโจมตีแบบไหนของบอสที่อันตรายที่สุด
โหมดนี้เองและความสนุกในการรีรันอย่างรวดเร็ว ทำให้เกมนี้กลายเป็นที่นิยมในหมู่แฟนๆ คอนเทนต์ challenge และ speedrun
พลังชีวิตและฮอตดอก
Hank มีแถบพลังชีวิตที่ลดลงเมื่อโดนยิง โดนศัตรูต่อย หรือโดนโจมตีจากบอส เพื่อฟื้นฟูพลังชีวิต ตามด่านต่างๆ จะมีฮอตดอกกระจายอยู่ โดยแต่ละชิ้นคืนพลังชีวิต 3 หน่วย
สิ่งนี้เพิ่มมิติทางกลยุทธ์อีกชั้น บางครั้งต้องเสี่ยงพุ่งฝ่ากลุ่มศัตรูเพื่อไปเก็บฮอตดอก เพราะถ้าไม่ทำอาจตายในห้องถัดไป แต่บางครั้งก็ปลอดภัยกว่าถ้าจะกวาดศัตรูในสนามปัจจุบันให้หมดก่อนแล้วค่อยไปเก็บไอเทมรักษา
การควบคุมและความรู้สึกในการต่อสู้
การควบคุมใน Madness Accelerant นั้นเป็นมาตรฐานของเกมแอ็กชันมุมมองด้านข้างทั่วไป: เคลื่อนที่ กระโดด โจมตี และสลับอาวุธด้วยปุ่มเพียงไม่กี่ปุ่ม ส่วนการเล็งใช้ได้ทั้งปุ่มลูกศรหรือเมาส์ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าที่คุณเลือก
ด้วยเหตุนี้แค่เล่นไปสักสองสามนาที คุณก็จะเริ่มทำทุกอย่างได้โดยอัตโนมัติ มือหนึ่งควบคุมตัวละคร อีกมือหนึ่งจัดการศัตรู
การต่อสู้นั้นเข้มข้นมาก: เลือดสาดเต็มจอ ศัตรูปลิวกระจายเมื่อโดนยิง และ Tricky ก็มักโผล่เข้ามาในเฟรมอยู่เสมอ สร้างความรู้สึกของความวุ่นวายที่ไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อรวมกับซาวด์แทร็กที่ดุดันและเสียงปืนอันดังกึกก้อง เกมนี้จึงให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องเล่นแอ็กชันสุดเร้าใจที่สั้นแต่แน่น
สไตล์และบรรยากาศ
สไตล์ภาพนั้นซื่อสัตย์ต่ออนิเมชัน Madness Combat อย่างสมบูรณ์แบบ: โทนสีเทา แดง และดำ ตัวละครรูปร่างเรียบง่ายแบบ "สติ๊กแมน" สวมหน้ากาก แว่นตา และฮู้ด
เกมนี้มีความรุนแรงค่อนข้างมาก: เลือดสาดและแอนิเมชันการสังหารอันโหดเหี้ยม ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงหากจะให้เด็กเล็กเล่น
สำหรับแฟนๆ ซีรีส์ ความซื่อสัตย์ต่อสไตล์ต้นฉบับนี้คือจุดเด่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ฉากในเกมสามารถจดจำได้ทันทีว่าคือภาพจาก Madness Combat 7 เพียงแต่คราวนี้คุณเป็นคนควบคุม Hank และผ่านเหตุการณ์ในอนิเมชันด้วยตัวเองในรูปแบบแอ็กชันอินเทอร์แอ็กทีฟ
จะเล่นMadness Accelerantอย่างไร?
เคลื่อนที่: ลูกศรซ้าย/ขวา
เล็ง: เมาส์, ลูกศรขึ้น/ลง
กระโดด: S
กระโดดสองครั้ง: S+S
ยิง: A, ปุ่มเมาส์ซ้าย
เปลี่ยนอาวุธ: C
ปรับคุณภาพกราฟิก: Q
Madness Accelerant ใช้เวลาเล่นนานแค่ไหน?
เกมนี้ค่อนข้างสั้น โดยผู้เล่นที่มีประสบการณ์และสปีดรันเนอร์สามารถผ่านเกมได้ภายใน 5–8 นาที ส่วนผู้เล่นมือใหม่มักใช้เวลานานกว่านั้นหลายเท่าในการเล่นครั้งแรก เนื่องจากการตายบ่อยและการเรียนรู้รูปแบบการโจมตีของศัตรู
Madness Mode ใน Madness Accelerant แตกต่างจากโหมดปกติอย่างไร?
Madness Mode จะปลดล็อกหลังจากผ่านเกมครั้งแรก และทำให้เกมยากขึ้นอย่างมาก โดยเอเจนต์ 1337 ธรรมดาจะถูกแทนที่ด้วย A.T.P. Engineers ที่แข็งแกร่งกว่า พลังชีวิตของบอสจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และอาวุธส่วนใหญ่ที่หยิบได้จะมีกระสุนมากขึ้น ส่งผลให้การต่อสู้เข้มข้นและยาวนานยิ่งขึ้น
วิธีฟื้นฟูพลังชีวิตใน Madness Accelerant และสามารถเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดได้มากแค่ไหน?
การฟื้นฟูพลังชีวิตทำได้โดยการเก็บฮอตดอกที่กระจายอยู่ตามด่าน โดยฮอตดอกแต่ละชิ้นจะฟื้นฟูพลังชีวิต 3 หน่วย และไม่มีวิธีอื่นในการฟื้นฟูพลังชีวิตในเกม ดังนั้นจึงควรสังเกตและเก็บให้ครบระหว่างการเล่น โดยไม่ปล่อยให้สูญเปล่า
บอสในเกม Madness Accelerant มีใครบ้าง และยากแค่ไหน?
เกมมีบอสหลักสองตัว ได้แก่ Demon Tricky ที่ไล่ตามตัวละครตลอดการวิ่ง และมีพลังชีวิต 1,200 HP ในโหมดปกติ และ Mag Agent: Torture ที่มีพลังชีวิต 400 HP ซึ่งเปลี่ยนการต่อสู้ให้กลายเป็นการสู้กับศัตรูยักษ์ ในโหมด Madness Mode พลังชีวิตของบอสทั้งสองจะเพิ่มเป็นสองเท่า ทำให้การต่อสู้ยากและยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สามารถเล่น Madness Accelerant ซ้ำเพื่อทำชาเลนจ์และสปีดรันได้ไหม?
ได้เลย เกมนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ชื่นชอบสปีดรันและชาเลนจ์ยาก เนื่องจากความสั้นของเกม จังหวะที่รวดเร็ว ความสุ่มของอาวุธที่หยิบได้ และการมีโหมด Madness Mode ทำให้การเล่นซ้ำน่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่สปีดรันและคู่มือการเล่นในระดับความยากสูงสุดอย่างคึกคักบนเว็บไซต์เฉพาะทางและ YouTube















































































